โรคราน้ำค้างในกุหลาบ

สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Peronospora sparsa Berk. อาการเริ่มแรกจะเป็นแผลจุดช้ำสีเหลืองที่ผิวด้านบนของใบอ่อน ต่อมาแผลขยายขนาดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สีม่วงอ่อนๆ จนถึงสีดำ ลักษณะแผลถ้าไม่ใช่โรคใบจุด หรือโรคแอนแทรกโนสให้มองไว้ได้เลยว่าคือราน้ำค้าง ขอบแผลสีเหลืองช่วงที่ความชื้นสูงอาจพบกลุ่มของเส้นใยและสปอร์ของเชื้อราบริเวณแผลส่วนใต้ใบ อาการรุนแรงเกิดแผลจำนวนมาก แผลลุกลามสู่ใบล่างและกระจายทั่วต้น ใบเกิดอาการบิดเบี้ยว ยอดอ่อนชะงักการเจริญเติบโต ใบยอดม้วนงอ เหี่ยวเหลือง และร่วงในที่สุด โรคเกิดเร็วมาก ภายในไม่กี่วันใบอาจจะร่วงได้ อาจพบอาการแผลสีน้ำตาลที่กิ่งและยอดอ่อน เชื้อราสาเหตุนี้ จะแพร่ระบาดโดยสปอร์พัดปลิวไปตามลม น้ำ แมลง และสามารถอยู่ได้เป็นเดือนในใบที่ร่วงหล่นอยู่ที่พื้นดินโดยสร้างเส้นใยและสปอร์ผนังหนาอยู่ในชิ้นส่วนที่เป็นโรค สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค คืออุณหภูมิต่ำและความชื้นสูง แต่ถ้าอากาศแห้งเชื้อก็จะตายไปด้วย โดยจะไม่พบการแพร่ระบาดเมื่อความชื้นลดลงต่ำกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ และอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส

Continue reading “โรคราน้ำค้างในกุหลาบ”

การผสมได้หรือไม่ได้ ระหว่างสารไตรโคเดอร์มา

การผสมได้หรือไม่ได้ ระหว่างสาร
ไตรโคเดอร์มา
บิวเวอร์เรีย
เมธาไรเซียม
พาซิโลมัยซิส
บาซิลลัส ซับทีลิส

1. ไตรโค + บาซิลลัสได้
2. ห้ามใช้ไตรโคร่วมกับเชื้อราทุกเชื้อ (บิวเวอเรีย/เมธา/พาซิโล)
3. ห้ามใช้บิวเวอเรีย + เมธา + พาซิโล
4. บิวเวอเรีย หรือ เมธา หรือ พาซิโล + บาซิลลัสได้
5. เชื้อทุกชนิดใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีทางใบได้ครับ

คุณภาพน้ำสำหรับพืช

ในการเริ่มต้นสำหรับการหาพื้นที่เพื่อทำการเกษตร หัวใจหลักที่เราต้องรู้ก่อนคือ สภาพดิน และ น้ำ ของพื้นที่ที่เราจะเริ่มต้น

ดินด่าง ถอยดีกว่า (วัดได้ด้วย pH meter)
ดินเค็ม กลับหลังหันลืมไปได้เลย (วัดได้ด้วย EC meter)

น้ำ…..ขอใช้ข้อมูลมาตรฐานคุณภาพน้ำ ของ กล้วยไม้ เป็นตัวเริ่มต้น
แหล่งน้ำในพื้นที่ที่เราเลือก จะต้องมีน้ำเพียงพอตลอดทั้งปี และแล้งต่อเนื่อง 2 ปีก็ยังมีน้ำพอใช้

ในกรณีที่เราจำเป็นต้องขุดบ่อเพื่อเก็บน้ำสำรอง คุณภาพดินตรงบริเวณบ่อจะเป็นตัวตัดสิน
ถ้าดินเป็นด่าง น้ำที่เอาเข้ามาเก็บ ก็จะมีฤทธิ์เป็นด่างไปด้วย ซึ่งตรงนี้จะส่งผลกับคุณภาพและประสิทธิภาพของ สารกำจัดศัตรูพืช และ ปุ๋ย ยิ่งเป็นด่างมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างปัญหามากเท่านั้น pH น้ำที่เหมาะสม คือ 5.5-6.5
ถ้าเป็นดินเค็ม น้ำที่เอาเข้ามาเก็บก็จะละลายเกลือที่มีอยู่ออกมา ในกรณีนี้ ก็วัดค่าการนำไฟฟ้า ECw ซึ่งจะบอกว่าน้ำนั้นควรใช้หรือไม่ ถ้าเป็นน้ำเค็มที่มีค่าการนำไฟฟ้า > 1,000 ไมโครซีเมนส์/ซม. ควรจะส่งน้ำเข้าไปวิเคราะห์หาชนิด ปริมาณของเกลือแต่ละชนิด เพื่อตัดสินใจว่าน้ำใช้ได้หรือไม่ จะสามารถปรับแก้ได้หรือไม่ คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

Continue reading “คุณภาพน้ำสำหรับพืช”

ผลกระทบ pH ของน้ำต่อคุณภาพของปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช

โดยทั่วไปปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช จะมีอายุการเก็บรักษา(shelf life) หลังจากการผลิต 3 – 5 ปี 
แต่มีอายุหลังจากผสมน้ำใช้ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพคือ ครึ่งอายุ (half life) หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่ปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชจะเสื่อมไปครึ่งหนึ่ง เมื่อผสมน้ำ โดยทั่วไปปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืชที่เราใช้มีฤทธิ์เป็นกรด ถ้าน้ำที่เราใช้ผสมมีฤทธิ์เป็นด่างก็จะเกิด hydrolysis ทำให้ประสิทธิภาพลดลง ตย. เช่น

ไทอามีโทแซม…..ที่ pH 5.0 …..จะมีครึ่งอายุ 260 ชม.
………………………ที่ pH 7.0 …..จะมีครึ่งอายุ 63 ชม.
………………………ที่ pH 9.0 …..จะมีครึ่งอายุ 1.32 ชม.

มีปัญหาอีกอย่างที่มีผลกระทบ คือ ไบคาร์บอเนต (HCO3-) ปกติน้ำที่เราใช้มี pH เป็นด่าง 7.5 – 8.5 เมื่อปรับด้วยกรดไนตริก 50% อัตรา 3 – 5 ซีซี./น้ำ 20 ลิตร pH จะลดลงมาอยู่ที่ 5.5 – 6.5 โดยประมาณ แต่ถ้า pH ลดลงเล็กน้อย แสดงว่าในน้ำนั้นมีปริมาณไบคาร์บอเนตสูง ซึ่งจะสร้างปัญหาทิ้งคราบหินปูนบนต้น ใบ ดอก ที่สำคัญไบคาร์บอเนตจะเข้าไปอุดตันในราก ทำให้รากชะงักไม่สามารถดูดน้ำดูดอาหารไปเลี้ยงต้น

ภัยร้ายและโรคผักไฮโดรโปรนิกส์

1. เครื่องวัด EC

มักพบว่าเครื่องวัด EC ที่ผู้ปลูกใช้อยู่เสื่อมสภาพหรือถ่านมีกำลังไฟอ่อนทำให้ค่า EC ขึ้นช้าหรือ ต่ำกว่าค่าจริงของสารละลายธาตุอาหารที่ใช้ปลูกเช่นวัด EC ด้วยเครื่องวัด EC ที่ผู้ปลูกใช้อยู่เป็นปร…ะจำได้ค่า EC เท่ากับ 1.3 แต่ผักที่ปลูกอยู่แสดงอาการเกร็งโตช้าเหมือนกับอาการผักที่ปลูกด้วย EC สูง ๆ แต่พอผู้เขียนใช้เครื่องวัด EC ของผู้เขียนวัดค่า EC ของสารละลายธาตุอาหารก็พบว่า EC ขึ้นไปสูงถึง 3.5 ซึ่งเป็น EC ที่สูงเกินไปสำหรับการปลูกผักสลัด EC ขนาดนี้จะทำให้ผักสลัดโตช้ามีรสขมและผักจะเเข็ง ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ทำฟาร์มคือ ทำน้ำผสมปุ๋ยไว้เช็คเครื่องวัด EC ก่อนใช้งานทุกวันโดยที่เราสมมุติผู้ปลูกอยู่ในกรุงเทพฯ ใช้น้ำประปาในการปลูกผักน้ำประปาในกรุงเทพฯ มีEC ประมาณ 0.2 เมื่อเราได้เครื่องวัด EC มาใหม่ให้เราเอาน้ำประปาประมาณ 1 ลิตร แล้วใส่ปุ๋ย A กับ B โดยปรับ EC ให้ได้ประมาณ 3.5 จากนั้นใส่ขวดเก็บไว้เราอาจเรียกน้ำผสมปุ๋ยนี้ว่าน้ำเทสท์เครื่องวัด EC โดยก่อนใช้เครื่องวัด EC ทุกเช้าเราจะต้องนำเครื่องวัด EC มาวัดน้ำประปาก่อน EC ที่ได้ต้องได้0.2+0.1 หลังจากนั้นเราก็นำเครื่องวัด EC ไปวัดน้ำเทสท์เครื่องวัด EC ค่าที่ได้จะต้องอยู่ที่ 3.5+0.1 หรือ 0.2 (เป็นค่าที่ยอมรับได้) จากการเช็คเครื่องวัด EC ที่กล่าวมาแล้ว ปัญหาที่พบคือ ค่าน้ำประปา EC ขึ้นตรงคือ 0.2 แต่EC ของน้ำเทสท์เครื่องวัด EC จะขึ้นต่ำกว่า 3.5 ก็ให้ทำการ คาลิเบรทเครื่องวัด EC ใหม่แต่ถ้าคาลิเบรทแล้วอาการไม่หายอาจเกิดจาก 3 สาเหตุคือ ถ่านมีกำลังไฟฟ้าอ่อนแก้ไขโดยการเปลี่ยนถ่าน หรือ ขั้วเครื่องวัด EC สกปรก แก้ไขโดยให้ใช้แปรงใส่ยาสีฟัน แปรงลงไปที่ขั้ว และข้อสุดท้าย เครื่องเสีย ผู้ปลูกควรมีเครื่องวัด EC ไว้2 ตัว เวลาไม่แน่ใจว่าตัวที่ใช้อยู่ยังดีอยู่หรือไม่ก็สามารถนำอีกตัวมาเทียบค่าได้ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผักอาจมีมูลค่ามากกว่าเครื่องวัด EC หลายเท่า โดยเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่

Continue reading “ภัยร้ายและโรคผักไฮโดรโปรนิกส์”

อิมิดาคลอพริด(Imidacloprid)

ชื่อสามัญ:

อิมิดาคลอพริด(Imidacloprid) 70%wg

ประเภทของยา :

ผง

อัตราการใช้:

อัตรา 2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร  พ่นเมื่ป้องกันเพลีย

เมื่อพบเพลียระบาดควรใช่ อัตรา 5 ซีซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร

ควรศึกษารายละเอียดการใช้จากฉลากเพิ่มเติมก่อนใช้

Continue reading “อิมิดาคลอพริด(Imidacloprid)”

ฟิโพรนิล(fipronil)

ชื่อสามัญ:

ฟิโพรนิล(fipronil)   5% W/V SC

ประเภทของยา :

น้ำ

คุณสมบัติพิเศษ :

เป็นยาเย็น

อัตราการใช้:

อัตรา 10-15 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร  พ่นเมื่ป้องกันเพลียหรือแมลง

เมื่อพบเพลียหรือแมลงระบาดควรใช่ อัตรา 20-30 ซีซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร

ควรศึกษารายละเอียดการใช้จากฉลากเพิ่มเติมก่อนใช้

Continue reading “ฟิโพรนิล(fipronil)”

คลอร์ไพริฟอส(Chlorpyrifos)

ชื่อสามัญ:

คลอร์ไพริฟอส ( chlorpyrifos ) 40 % EC

ประเภทของยา :

น้ำ

อัตราการใช้:

อัตรา 30 – 40 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร

ควรศึกษารายละเอียดการใช้จากฉลากเพิ่มเติมก่อนใช้

Continue reading “คลอร์ไพริฟอส(Chlorpyrifos)”

ไซเปอร์เมทริน 35%(Cypermethrin 35%)

ชื่อสามัญ:

ไซเปอร์เมทริน 35% Cypermethrin 35% w/v EC

ประเภทของยา :

น้ำ

อัตราการใช้:

อัตรา 5-10 ซีซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่ป้องกันแมลง

เมื่อพบแมลงระบาดควรใช่ อัตรา 15-25 ซีซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร

ควรศึกษารายละเอียดการใช้จากฉลากเพิ่มเติมก่อนใช้

Continue reading “ไซเปอร์เมทริน 35%(Cypermethrin 35%)”

อะบาเม็กติน(Abamectin)

ชื่อสามัญ:

อะบาเม็กติน (abamectin) 1.8% w/v EC

ประเภทของยา :

น้ำ

อัตราการใช้:

กำจัดแมลงศัตรูใช้อัตรา  20  ซีซี  ผสมกับน้ำ  20  ลิตร

กำจัดแมลงศัตรูพืชอื่น ๆให้ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากฉลาก

Continue reading “อะบาเม็กติน(Abamectin)”