วิธีการเพาะเมล็ดและอนุบาลต้นกล้า

เมล็ดพันธุ์ผักที่มีจำหน่ายกันอยู่ในท้องตลาดแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. เมล็ดแบบไม่เคลือบ

เมล็ดประเภทนี้จะผ่านการลดความชื้นมาแล้ว สามารถเก็บรักษาในตู้เย็นได้นาน ประมาณ 1 – 2 ปี และมีราคาถูกกว่าเมล็ดแบบเคลือบค่อนข้างมาก การเพาะเมล็ดแบบไม่เคลือบนี้แนะนำให้กระตุ้นการงอกโดยใช้กล่องถนอมอาหารที่มีฝาปิดสนิท รองด้านในด้วยกระดาษชำระประมาณ 2 ชั้นแล้วพรมน้ำให้กระดาษเปียก และเทน้ำออก จากนั้นให้นำเมล็ดสลัดมาโรยลงบนกระดาษชำระ โดยไม่ต้องพรมน้ำซ้ำ แล้วปิดฝากล่องให้สนิท (แนะนำให้นำไปวางไว้ในที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ห้องปรับอากาศ) ประมาณ 24 – 48 ชั่วโมงเมล็ดจะเริ่มงอกให้ย้ายลงวัสดุปลูกได้เลยครับ อย่าปล่อยให้เกิน 72 ชั่วโมง (3 วัน) เพราะรากผักสลัดจะยาวเร็วมากและทำให้ย้ายปลูกได้ยาก การกระตุ้นการงอกด้วยวิธีนี้จะทำให้เมล็ดที่เราเพาะมีเปอร์เซ็นต์การงอกและความสม่ำเสมอของการงอกสูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่จะเข้าทำลายเมล็ดจากการเพาะเมล็ดลงวัสดุปลูกโดยตรง ให้ผักที่ปลูกมีความสม่ำเสมอของต้นที่เท่ากัน มากกว่าการเพาะลงในวัสดุปลูกโดยตรง  เนื่องจากการเพาะลงวัสดุปลูกโดยตรงนั้นเมล็ดสลัดมีความเสี่ยงที่จะถูกทำลายโดยเชื้อโรคหรือแมลง อีกทั้งผู้ปลูกยังควบคุมปัจจัยการงอกของเมล็ดได้ยากกว่าด้วย

Continue reading “วิธีการเพาะเมล็ดและอนุบาลต้นกล้า”

เคล็ดลับ ปลูกผัก 7 กลุ่ม

การปลูกผักแต่ละชนิดผู้ปลูกควรศึกษาให้เข้าใจถึง ลักษณะเฉพาะของผัก  รวมทั้งการบำรุงและดูแลรักษา เพื่อให้ผักที่ปลูกเจริญงอกงาม  ผู้ปลูกจึงควรรู้เคล็ดลับ ในการปลูกซึ่งผักแต่ละกลุ่มแต่ละชนิดก็มีเคล็ดลับที่แตกต่างกันออกไป

1. กลุ่มกะหล่ำ และผักกาด 
 คือกลุ่มที่เรากินใบ ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหัว กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี บร๊อกโคลี ผักสลัดต่างๆ
 ผักกลุ่มนี้เมล็ดค่อนข้างเล็ก บางชนิดมีราคาแพงมาก เพราะต้องสั่งนำเข้าเมล็ดมาจากต่างประเทศ
 กดดินให้เป็นหลุมลึกครึ่งเซนติเมตร แต่ละหลุมห่างกัน 20 เซนติเมตร หยอดเมล็ดลงไป 5-7 เมล็ด กลบดินทับบางๆ คลุมด้วยฟางหนา 1 เซนติเมตร รดน้ำ
 เมื่อต้นกล้างอก ใบจริงได้ 2-3 ใบ ถอนต้นอ่อนให้เหลือหลุมละ 3 ต้นเมื่อมีใบจริง 4 ใบถอนเหลือ 2 ต้น ใบจริง 5 ใบถอนเหลือ 1 ต้นที่แข็งแรงที่สุด (ต้นอ่อนที่ถอนออกสามารถนำมากินได้เลย กรอบและอร่อยมาก)
 ผักในกลุ่มนี้ชอบความชื้นสูงควรรดน้ำให้ชุ่ม อย่าปล่อยให้แห้ง โดยเฉพาะผักสลัดให้ตั้งกระถางในที่ร่ม
 ช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว แต่ละชนิดต่างกันเล็กน้อย เช่น คะน้า กวางตุ้งเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30-45 วัน ผักกาดหัว 45-55 วัน ผักกาดขาวปลี เขียวปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี 50-60 วัน ผักสลัด 45-50วัน
 ช่วงฤดูหนาวให้ เก็บผักโดยเหลือใบไว้กับต้น 2-3 ใบ ผักจะงอกใบใหม่ให้เก็บได้อีก 2-3 ครั้ง

Continue reading “เคล็ดลับ ปลูกผัก 7 กลุ่ม”

วิธีทำหัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วย

เนื่องจากว่าหน่อกล้วยมีจุลินทรีย์มากมายที่ช่วยในการปรับสภาพดิน และสร้างปุ๋ยให้กับพืช โดยเฉพาะโคนรากของหน่อกล้วย สังเกตได้จากบริเวณไหนที่มีการปลูกกล้วย ดินบริเวณนั้นจะมีความอุดมสมบูรณ์และร่วนซุย ดังนั้นจึงนำข้อดีเหล่านี้มาทำให้เกิดประโยชน์ด้วยการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งมีวิธีการดังนี้

  1. เลือกหน่อของต้นกล้วยที่มีความสมบูรณ์ ขุดเอาโคนรากให้ได้มากที่สุด เน้นขุดในตอนเช้ามืดก่อนตะวันขึ้น เพราะช่วงนั้นจุลินทรีย์จะเยอะมาก
  2. นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือละเอียดเลยยิ่งดี จากนั้นนำไปชั่งกิโลเพื่อหาอัตราส่วน
  3. อัตราส่วนผสม หน่อกล้วยหั่น 3 ส่วน และ กากน้ำตาล 1 ส่วน
  4. นำส่วนผสมทั้งสองใส่ในภาชนะปิด และนำไปตั้งไว้ในที่ร่มห้ามโดนแสงแดด
  5. คนเช้า และเย็น ประมาณ 7 วัน สามารถกรองเอาน้ำหมักจุลินทรีย์มาใช้ได้

ตัวอย่างส่วนผสม

สมมติว่าได้หน่อกล้วย 10 กิโลกรัม อัตราส่วนของกากน้ำตาลจะเป็น 3.33 กิโลกรัม

คือ หน่อยกล้วย 10 หารด้วย 3 มีค่าเท่ากับ 3.33 กิโลกรัม

สารเร่ง พด.7

สารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่ผลิตจาก สารเร่ง พด.7 เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการย่อยสลายพืชสมุนไพร โดยกิจกรรมจุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ได้ของเหลวสีน้ำตาลใส ซึ่งประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดในปริมาณสูง รวมทั้งสารออกฤทธิ์ประเภทต่าง ๆ และสารไล่แมลงที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ใช้ในการป้องกันแมลงศัตรูพืช

สารเร่ง พด.7
เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักและย่อยสลายพืชสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน เพื่อผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช
Continue reading “สารเร่ง พด.7”

ยาฆ่าหญ้าไร้สารพิษทำเอง

สูตรน้ำหัวผักกาด(หัวไชเท้า)คุมหญ้า/ฆ่าหญ้าในนาข้าว

คุณชวะฤทธิ์ ดอกพุดทา เกษตรกร หมู่ 6 ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยคุณลุงมีพื้นที่ทำนาทั้งสิ้น 25 ไร่ เป็นที่ดินของตนเอง เป็นนาปรัง ทำได้ 2 ครั้งต่อปี เพราะใกล้แหล่งน้ำชลประทาน สามารถทำข้าวได้ 80 ถังต่อไร่ เป็นการใช้เคมีผสมกับชีวภาพ ชีวภาพที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นน้ำหมักที่ลุงก็หมักใช้เองโดยการแนะนำจากเกษตรตำบล นอกจากนี้ยังมี สูตรน้ำหัวผักกาดคุมหญ้า/ฆ่าหญ้าในนาข้าวของคุณลุงอีกด้วย

สูตรน้ำหัวผักกาด(หัวไชเท้า)คุมหญ้า/ฆ่าหญ้าในนาข้าวของคุณลุงชวะฤทธิ์ที่ใช้อยู่

วัสดุที่ใช้มีดังนี้
น้ำหัวผักกาด (สีขาว) 1 ส่วน

ผงกลูโคส 1 ส่วน

น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ส่วน

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมาหมักไว้ 1 คืน

วิธีใช้

ใช้ 7 วันครั้ง ในอัตรา 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยใช้ในนาข้าวเมื่อข้าวยังเล็กเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของหญ้าหรือใช้ฉีดพ่นมะนาวหรือส้มโอให้ใบร่วง จากนั้นจะเริ่มออกดอกนอกฤดูกาลได้อีกด้วย

Continue reading “ยาฆ่าหญ้าไร้สารพิษทำเอง”

รวมสูตรปุ๋ยหมักชีวภาพและน้ำหมักชีวภาพ

สูตรที่ 1 คุณสมยศ รักษาวงศ์

ส่วนผสม : ผัก ผลไม้ หรือเศษอาหารเหลือทิ้ง 1 ส่วน + กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง 1 ส่วน

วิธีผสม : ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกันทิ้งไว้ 7 วัน (น้ำหมักจะเริ่มเป็นสีน้ำตาลไหม้ มีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว ถ้าน้ำหมัก มีสีน้ำตาลอ่อน และกลิ่นบูดแสดงว่าใส่น้ำตาลไม่พอให้เพิ่มกากน้ำตาลลงไปอีก กลิ่นบูดจะค่อยๆ หายไปหมักต่อไปเรื่อยๆ) ตวงน้ำหมักใส่ขวดหรือภาชนะเก็บในที่มืด ในห้องธรรมดาจะเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี

การใช้ประโยชน์
1. ปุ๋ยชีวภาพแห้ง
ส่วนผสม : เศษวัสดุจากพืช 10 ปี๊บ + แกลบ 10 ปี๊บ + มูลสัตว์ 10 ปี๊บ + รำอ่อน 1 ปี๊บ + น้ำหมักพืช 1 ช้อนแกง + กากน้ำตาล 4 ช้อนแกง + น้ำ 1 ถังฝักบัว (18 ลิตร)
วิธีผสม : นำส่วนผสมแห้งทั้งหมดคลุกให้เข้ากันนำน้ำผสมน้ำหมักพืชและกากน้ำตาล รดให้ทั่ว ตรวจสอบความชื้นของปุ๋ย โดยกำไว้ในมือ เมื่อปล่อยมือออกจะจับเป็นก้อนหลอมๆ พอแตะก้อนแล้วแตกเป็นใช้ได้ แล้วเกลี่ยกองปุ๋ยให้เสมอกันให้สูงจากพื้นไม่เกิน 30 ซ.ม. คลุมด้วยกระสอบป่านให้มิดชิด ถ้าผสมปุ๋ยในช่วงเช้า ตอนเย็นให้ทดสอบดู โดยสอดมือเข้าไปในกองปุ๋ยจะร้อนมาก และในวันรุ่งขึ้นจะเริ่มมีเส้นใยขาวๆ ปรากฏบนผิวกองปุ๋ยแสดงว่า จุลินทรีย์เริ่มทำงานทิ้งไว้ 3 วัน แล้วเปิดกระสอบป่านออกคลุกกับปุ๋ยให้ทั่วอีกครั้งหนึ่ง แล้วปิดกระสอบไว้ตามเดิม อีก 3 – 4 วันต่อมา ให้ทดสอบดูอีก ถ้าปุ๋ยมีความเย็นถือว่า ใช้ได้ ถ้ายังมีความร้อนอยู่ให้ทิ้งไว้ต่อไปอีกจนกว่าจะเย็นจึงสามารถนำไปใช้ได้

Continue reading “รวมสูตรปุ๋ยหมักชีวภาพและน้ำหมักชีวภาพ”

วิธีทำสารขับไล่แมลง

สารเร่ง พด.7 หมายถึง เชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักและย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากพืชสมุนไพร ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน เพื่อผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช

สรรพคุณ
ป้องกันแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยชนิดต่าง ๆ หนอนเจาะผลและลำต้น หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนคืบ หนอนกระทู้ หนอนกอ ไรแดง และแมลงหวี่ เป็นต้น

วัสดุสำหรับผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช (จำนวน 50 ลิตร)
สมุนไพร 30 กิโลกรัม
น้ำตาล 10 กิโลกรัม
น้ำ 30 ลิตร
สารเร่ง พด.7 1 ซอง (25 กรัม)

Continue reading “วิธีทำสารขับไล่แมลง”